สมัครสมาชิก   log in   ลืมรหัส   เพิ่มภาพ/วิดิโอ   เล่าเรื่องเที่ยว   แนะนำที่กินที่เที่ยว

ไปหน้าเว็บ www.agoda.com
Google

orther WeB
www.gotwodays.com




วิธีการเพิ่มเรื่องเล่าการเดินทาง
วิธีการเพิ่มที่กิน/ที่เที่ยว/เทศกาล
วิธีการเพิ่มภาพในเนื้อหา


ขอบคุณอีกครั้งที่ชื่นชอบเว็บของเรา...
ใกล้ไกลไปเที่ยวกัน 2 วัน 1 คืน


สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ฝาง เชียงใหม่ (ดอยอ่างขาง)
   เปิดอ่านแล้ว 11,820 ครั้ง


ดอยอ่างขาง มีอากาศที่หนาวเย็นตลอดปี เที่ยวฤดูไหนก็ได้..โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม อากาศเย็นจนน้ำค้างกลายเป็นน้ำค้างแข็ง


กำเนิดของสถานีเกษตรแห่งนี้ มีประวัติเล่ากันต่อมาว่า ครั้งหนึ่งพระเจ้าอยู่หัวเสด็จทางเฮลิคอปเตอร์ผ่านยอดดอยแห่งนี้และทอดพระเนตรลงมาเห็นหลังคาบ้านรวมกันเป็นหมู่บ้าน จึงมีพระดำรัสสั่งให้เครื่องลงจอด เมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงมาทอดพระเนตรเห็นทุ่งดอกฝิ่น และหมู่บ้านตรงนั้นก็คือหมู่บ้านของชาวเขาเผ่ามูเซอซึ่งในสมัยนั้นชาวเขา กลุ่มนี้ยังไว้แกละถักเปียยาว แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำ สะพายดาบ พระองค์จึงมีพระราชดำรัสที่จะแปลงทุ่งฝิ่นให้เป็นแปลงเกษตร สถานีเกษตรหลวงจึงเกิดขึ้นบนดอยอ่างขางเมื่อปี 2512 มีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ พืชน้ำมัน โดยมุ่งที่จะหาผลิตผลที่มีคุณค่าพอที่จะทดแทนการปลูกฝิ่นของชาวเขา และทำการส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมแก่ชาวเขาในบริเวณใกล้เคียง สามารถชมแปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว ได้แก่ ท้อ บ๊วย พลัม สตรอเบอรี่ สาลี่ ราสเบอรี่ พลับ กีวี ลูกไหน เป็นต้น พืชผักเมืองหนาว เช่น แครอท ผักสลัดต่างๆ ฯลฯ แปลงไม้ดอก เช่น คาร์เนชั่น กุหลาบ แอสเตอร์ เบญจมาศ ฯลฯ มีการจำหน่ายผลิตผลที่ปลูกในบริเวณโครงการฯ ให้แก่นักท่องเที่ยวตามฤดูกาล




แนะนำเที่ยว..

สวนบอนไซ
อยู่ในบริเวณสถานีฯ เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้เขตอบอุ่นและเขตหนาวทั้งในและต่างประเทศ ปลูก ดัด แต่ง โดยใช้เทคนิคบอนไซ สวยงามน่าชม และในบริเวณเดียวกันก็มีสวนสมุนไพรด้วย




สวนแปดสิบ และสวนคำดอย
สวนไม้ดอกนานาพันธุ์ แปลงใหญ่เดินเที่ยวชมได้ทุกเวลายิ่งถ้าพักที่บ้านพักในโครงการ สามารถเดินเล่นยามเย็น แดดร่มลมตก หรือออกมาเดินตอนเช้าๆ .. ชมสวนและรับอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้เต็มที่

 

สวน ๘๐ (Garden Eighty)

เป็นสวนที่จัดตั้งในวาระที่องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ทรงมีอายุครบ 80 ชันษา มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 4.95 ไร่ โดยการพัฒนางานจัดตกแต่งเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ลักษณะการจัดสวนเป็นแบบรวบรวมพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด ได้แก่ ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม และไม้ดอกไม้ประดับ ตามฤดูกาล โดยเฉพาะในฤดูหนาว (เดือนตุลาคม-เดือนมีนาคม) จะมีพรรณไม้เมืองหนาวนานาชนิด ได้แก่ กะหล่ำและคะน้าประดับ แพนซีไวโอล่า เดลฟีเนียม ลิ้นมังกร และยังได้รวบรวม ศึกษาปลูกเลี้ยง พันธุ์ไม้จากประเทศต่างๆ เช่น แม็กโนเลีย คาเมลเลีย ไม้ตระกูลซากุระ และเมเปิ้ล

ซึ่งจะจัดกลุ่มประเภทไม้ดอกออกเป็นหมวดหมู่ ดังนี้

1.ไม้ดอกฤดูหนาว (ตุลาคม - มีนาคม) ได้แก่ ดอกลิ้นมังกร กะหล่ำประดับ เจอราเนียม บีโกเนีย เดลฟีเนียม อาเจอราตุ้ม ผีเสื้อ กาซาเนีย พริมูล่า แพนซี ไวโอล่า เพนสทิม่อน เดซี่ ไอซ์แพล้นท์ เป็นต้น

2.ไม้ดอกฤดูร้อนและฤดูฝน (เมษายน - กันยายน) ได้แก่ ดอกซัลเวีย สร้อยไก่ ดาวเรือง ดอกไม้จีน อากาแพนธัส ดาเลีย รู๊ดบีเกีย เป็นต้น

3.ไม้ดอกเจริญข้ามปี (perennials) ได้แก่ ปักษาสวรรค์ แคล่าลิลี่ ลาเวนเดอร์ ตาเป็ดตาไก่ เป็นต้น

4. ไม้พุ่ม (shrubs) ได้แก่ ไฮเดรนเยีย คาเมลเลีย อาบูติล่อน หอมหมื่นลี้ ซากุระ นางพญาเสือโคร่ง แม็กโนเลีย อาซาเลีย โรโดเดนดรอน แปรงล้างขวด เป็นต้น
 

สวนคำดอย Rhododendron & Azalea Garden

สวนนี้จัดตั้งเมื่อปี พ.ศ.2547 มีพื้นที่ประมาณ 1.5 ไร่ วัตถุประสงค์ เป็นสวนรวบรวมพันธุ์ไม้ตระกูลโรโดเดนดรอน สายพันธุ์ต่าง ๆ ทั้งในและจากต่างประเทศ และจัดเปลี่ยนไม้ดอกไม้ประดับ ประกอบเฉพาะบางส่วน ตามฤดูกาล

สวนสมเด็จ

ที่เรียกสวนสมเด็จนั้น เนื่องจากเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ เสด็จพระราชดำเนินเยือนดอยอ่างขาง และหลังจากเสร็จภาระกิจการทรงงานแล้วจะทรงเสด็จประทับพักผ่อนพระอิริยาบถใน สวนแห่งนี้ ซึ่งต่อมาได้ตั้งชื่อว่าสวนสมเด็จ โดยลักษณะของสวนจะเป็นสวนหินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและภายในสวนจะรวบรวม พันธุ์ไม้ประเภทฝิ่นประดับ ดอกป๊อปปี้ (Poppy) และไม้ประเภทไม้เมืองหนาวชนิดต่างๆ ซึ่งทนแล้งได้ดีและปลูกโดยการหว่านเมล็ดตามฤดูกาล

 


แปลงบ๊วย
ต้นบ๊วยสวยที่ถูกตัดแต่ง อย่างสวยงามบนพ้ืนหญ้าเขียวสดใส พร้อมไม่้ดอกรอบๆ ต้น แวะถ่ายรูปได้ ยิ่งยามเย็นยิ่งสวย รับแสงเงาได้พอดี เพราะตอนเช้าจะมีแต่หมอกขาว.. แต่ถ้ามีแดดส่องรำไร จะได้บรรยากาศอีกแบบ และยังมีสวนพันธุ์ไม้อื่นๆ อีกมากมาย
ท้อ พลัม สตรอเบอรี่ สาลี่ ราสเบอรี่ พลับ กีวี ลูกไหน  ก็แล้วแต่ความสนใจ ที่จะชมหรือจะไปยังสถานที่ใกล้เคียง

 

หมู่บ้านคุ้ม
ตั้ง อยู่ใกล้กับสถานีฯ เป็นชุมชนเล็กๆประกอบด้วยผู้อยู่อาศัยหลายเชื้อชาติอยู่รวมกัน อาทิชาวไทยใหญ่ ชาวพม่าและชาวจีนฮ่อ ซึ่งได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้และเปิดร้านค้าบริการแก่นักท่องเที่ยว

จุดชมวิวกิ่วลม
อยู่ ทางด้านซ้ายมือก่อนถึงทางแยกซึ่งจะไปหมู่บ้านปะหล่องนอแลทางหนึ่ง และบ้านมูเซอขอบด้งทางหนึ่ง สามารถชมวิวได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก หรือทะเลหมอก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย

หมู่บ้านนอแล
ตั้ง อยู่บริเวณชายแดนไทย - พม่า แต่เดิมคนกลุ่มนี้อยู่ในพม่าและพึ่งอพยพมาที่นี่ได้ประมาณ 15 ปี คนที่นี่เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า ซึ่งมีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง นับถือศาสนาพุทธ ทุกวันพระผู้คนที่นี่หยุดอยู่บ้านถือศีล จากหมู่บ้านนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยงามของธรรมชาติบริเวณพรมแดนไทย-พม่า

หมู่บ้านขอบด้ง
เป็นที่ ที่ชาวเขาเผ่ามูเซอดำและเผ่ามูเซอแดงอาศัยอยู่ร่วมกัน คนที่นี่นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวงในด้านการเกษตรและด้าน หัตถกรรมพื้นบ้าน (เช่น อาบูแค เป็นกำไลถักด้วยหญ้าไข่เหามีสีสันและลวดลายในแบบของมูเซอ)

บริเวณ หน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ โดยชาวบ้าน ครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านขอบด้งช่วยกันสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้มี โอกาสเรียนรู้และศึกษาวัฒนธรรมของหมู่บ้านโดยที่ไม่เข้าไปรบกวนความเป็นส่วน ตัวของเขามากเกินไป และยังมีโครงการมัคคุเทศก์น้อยที่อบรมเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านขอบด้งเพื่อ ช่วยอธิบายวิถีชีวิตของพวกเขาให้ผู้มาเยือน ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกและสร้างความรักท้องถิ่นให้เด็กๆด้วย

หมู่บ้านหลวง
ชาว หมู่บ้านหลวงเป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรมเป็นหลัก อาทิ ปลูกผักผลไม้ เช่น พลัม ลูกท้อ และสาลี่

เนื้อหาจาก http://www.angkhangstation.com/travel/touristspots สืบค้นเมื่อ 15/7/2556

ติดต่อบ้านพัก สถานีเกษตรหลวงอ่าง
โทร 053-450107-9 ต่อสโมสร 113 ติดต่อบ้านพัก 114 โทรสาร 053-450031

รายการบ้านพัก
บ้านคำดอย 1-3 ( 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) พักได้ 4 คน

บ้านซากุระ 1-6 พักได้ห้องละ 2 คน
บ้าน AK 1-20 พักได้ห้องละ 2 คน
บ้านริมดอย 1-6 พักได้ห้องละ 5 คน
บ้าน AK ใหญ่ (รวม) พักได้ 47 คน
** หมายเหตุ นอกฤดูการท่องเที่ยว จะเข้าพักได้ในราคาพิเศษ

การเดินทางไปดอยอ่างขาง

จากเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณกิโลเมตรที่ 137 จะมีทางแยกซ้ายมือที่ตลาดแม่ข่า (วัดหาดสำราญ) ใช้เส้นทาง หมายเลข 1249 เข้าไปอีกประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดเส้นทาง แต่ช่วงกิโลเมตรที่ 10 ถึงดอยอ่างขางเป็นทางขึ้นเขาลาดชัน ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่
 

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
ข้อมูล/ภาพประกอบจาก :
  

ท่านยังไม่ได้ online ...กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

  ค้นหาที่กินที่เที่ยว

  
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:33 อ่านแล้ว : 3646 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:38:29 อ่านแล้ว : 3941 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 550 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:53 อ่านแล้ว : 5529 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 100 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:22 อ่านแล้ว : 3795 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
ดูทั้งหมด