สมัครสมาชิก   ลืมรหัสผ่าน   ล็อกอิน   เพิ่มภาพ/วิดิโอ   เล่าเรื่องเที่ยว   แนะนำที่กินที่เที่ยว

ร่วมกับ www.agoda.com
Google

orther WeB
www.gotwodays.com



สถานีเพลง> COOL fahrenheit 93.0

วิธีการเพิ่มเรื่องเล่าการเดินทาง
วิธีการเพิ่มที่กิน/ที่เที่ยว/เทศกาล
วิธีการเพิ่มภาพในเนื้อหา
ดาวน์โหลด logo เว็บ

ขอบคุณอีกครั้งที่ชื่นชอบเว็บของเรา...
ใกล้ไกลไปเที่ยวกัน 2 วัน 1 คืน


ตามหา “พญาเสือโคร่ง” ดอกไม้สีชมพู ภาคหนึ่ง ขุนวาง
   เปิดอ่าน 3,951  ครั้ง



เขามาเล่าให้ฟัง..ถ่ายรูปเอามาให้เห็น หลายๆ ครั้ง เข้าก็ทำให้อยากไปเห็นตัวเป็นๆ คาต้นของต้นดอกไม้สีชมพู นาม “พญาเสือโคร่ง” จุดหมายปลายทาง “ขุนวาง”

 
การเดินทางเริ่มขึ้น มุ่งสู่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ใช้เวลาเพียง สี่สิบห้านาที กับการขับรถยามเช้า..ก็ถึงด่านตรวจของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อยเพื่อการพัฒนาของอุทยานแห่งชาติ..



จากนั้นก็เดินทางต่ออีก..เรื่อยๆ สบายๆ เริ่มมองเห็นต้นไม้ผลิดอกสีชมพูเป็นระยะ จนถึงแยกเข้าขุนวาง บริเวณบ้านขุนกลางยิ่งมีเยอะขึ้น แต่ที่นี่ยังไม่ใช่จุดหมายของเรา เราต้องไปให้ถึงที่สุด จากที่นี่ไปอีก ๑๖ กิโลเมตร

 

 

ทางแคบๆ บางช่วงชำรุด แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับการเดินทางในฤดูนี้ ต้นไม้สีชมพูเต็มต้นมีให้เห็นบ่อยขึ้น ...เพลินจนละความสนใจจากรายละเอียดข้างทาง จนถึงขุนวางโดยไม่รู้ตัว ที่นี่ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ หรือ ขุนวาง  แต่...ดอกพญาเสือโคร่งอยู่ไหน ไปทางไหน จะถามใครดี??
 จึงต้องย้อนออกไปถามเจ้าหน้าที่ที่ป้อมบริเวณทางเข้า ได้ความว่าปีนี่ดอกพญาเสือโคร่งยังออกไม่มาก โดยเฉพาะบริเวณที่ออกดอกสวยๆ ทุกๆ ปี ปีนี้ยังไม่มีสักดอก คาดว่ายังไม่
ออกหรือยังออกไม่เยอะ....


ว้า อุตส่าห์ตั้งใจมา.. แต่อย่าเพิ่งกลับ ....ยังชมได้..ในบริเวณโรงเก็บกาแฟของสถานีเกษตร..







แล้วเราก็ไปตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จากบริเวณที่เคยออกดอกทุกปี เลี้ยวขวาเข้าซอยเล็กๆ เอารถไปจอดหน้าบ้านพัก แล้วเดินย้อนมา... โอ้โฮ...ดอกพญาเสือโคร่งเต็มต้น  เวลามองขึ้นไป ชมพู้..ชมพู ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าๆ เห็นกับตาแล้วสวยจริงๆ สมคำเล่า..ซากุระเมืองไทย....



เดินชมได้อีก..เดินชมได้จนสุดทาง ร่วมกับเพื่อนคนเดินทางกลุ่มอื่นๆ แล้วเดินย้อนกลับออกมาทางเดิม เต็มที่กับที่นี่แล้ว...ก็มองหาจุดหมายต่อไป ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี แต่... มันอยู่จุดไหนของขุนวาง.. จึงต้องพึ่ง แผนที่ในมือถือที่มีสัญญาณน้อยนิดแต่ก็ยังได้อยู่ เราต้องย้อนออกไปอีกประมาณ  ๘ กิโลเมตร แปลกใจว่าทำไมเราจึงมองไม่เห็นแต่แรก..
 



พอมาถึงหน้าศูนย์ฯ จึงจำได้!! ที่นี่นี่เอง



ดอกพญาเสือโคร่งเต็มต้น และรถจอดเต็มลาน คนเดินทางเยอะมากกกก..เราเลยเดินชมแบบมุมกว้าง ถ่ายภาพรวมๆ แล้ว..เดินชมบริเวณสวนกล้วยไม้และเรือนเพาะชำ ถือว่าเป็นกำไรได้ชมทั้งกล้วยไม้และดอกพญาเสือโคร่ง


จากนั้นเดินทางกลับออกมาชมดอกซากุระเมืองไทยที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านขุนกลางอีกนิหนึ่ง ก่อนจะเดินทางต่อไป ที่บ้านขุนกลางอาจจะไปไม่สวยมากมาย แต่ก็แวะถ่ายภาพได้สวยด้วยต้นที่ออกดอกเต็มต้นเป็นแนวยาว

ยังพอมีเวลาเหลือ อยากไปแม่แจ่ม เกิดมายังไม่เคยไป ...จึงหันหัวรถมุ่งสู่อำเภอแม่แจ่ม บ่ายโมงกว่าๆ ยังไปไม่ถึง หิวแล้วซิ ...คงมัวเพลินจนลืมข้าวกลางวันไปเลย จึงคิดว่าร้านอาหารร้านแรกที่เราเจอจะเป็นที่กินกลางวันของเรา


แต่ร้านแรกที่เราเจอ..ปิด ร้านต่อไป อยู่หน้าเทศบาลแม่แจ่ม “เฮือนส้มตำ” บริการอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำและขนมจีน เรียกได้ว่าศูนย์อาหารดีมั้ยเนี่ย... แต่ผมก็สั่งอะไรมาทานง่ายๆ เป็นเล็กแห้งรวม..จัดไป

ระหว่างการทานอาหาร ก็สอบถามข้อมูลการเที่ยวในแม่แจ่มไปด้วย พี่เจ้าของร้านใจดีมากๆ ให้ข้อมูลเราอย่างดี อธิบายเส้นทางอย่างละเอียด และพยายามหาแผนที่มาให้แต่ไม่มี..ก็ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี่ด้วยครับ

หลังทานอาหารแล้วก็เข้าสูเมืองแม่แจ่ม แวะทานกาแฟที่ร้าน แจ่งเหมือง กลางเมืองแม่แจ่ม ร้านเล็กๆ ร่มรื่นนั่งทานอย่างเย็นสบาย กับกาแฟเข้มๆ ชื่นใจ แถมแผนที่ท่องเที่ยวในแม่แจ่มให้อีก ๑ ใบ ขอบคุณหลายครับ...


วัดเก่าๆ หลายๆที่ที่อยากไป แต่เวลามีจำกัดเลยเลือกวัดที่อยากไปจริงและเป็นทางผ่าน หนึ่งวัดนั้นคือ วัดพุทธเอ้น หรือวันพุทธเอิ้น ที่มีอุโบสถกลางน้ำและวิหารไม้ที่เก่าแก่มากมาก สวยคลาสสิก อุโบสถกลางน้ำนั้นมีทางเข้าทางเดียว และห้ามสตรีเข้าในเขต อุทกสีมา (บริเวณที่มีน้ำล้อมรอบ) โบราณกาลได้ใช้สำหรับประกอบพิธีอุปสมบท ปัจจุบันได้ทำพิธีในโบสถ์ไม้ในบริเวณวัดด้านบน  ที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน



ด้านหน้าอุโบสถกลางน้ำ มีบ่อผุดที่มีสายน้ำไหลออกมาตลอดทุกฤดูไม่เคยเหือดแห้ง ภายใต้หลังคาศาลาครอบและปิดปากบ่อด้านบนไว้ แต่ให้ชาวบ้านและผู้สนใจตักตวงเอาจากท่อด้านล่างที่มีน้ำไหลอยู่ตลอดเวลา


ออกจากวัดพุทธเอ้น ..ก็เดินทางต่อโดยขับรถชมเมืองแม่แจ่ม มีหลงบ้าง ^_^ แต่ก็วนไปมาจนเจอทางสายหลัก สองฝั่งน้ำแม่แจ่ม คลำทางไปเรื่อยๆ ตามแผนที่ที่ได้จากร้าน แจ่งเหมือง ผ่านศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่ม แหล่งรวมผลิตภัณฑ์ผ้า ของแม่แจ่ม... เนื่องจากว่าไม่สันทัดเรื่องผ้าเราเลยไม่ได้แวะ..ก็ขับรถไปอีกมีสะพานข้ามฝั่งมาตำบลท่าผา เลี้ยวเข้าวัดป่าแดด.



สวยอีกแล้วครับ ชอบวัดเก่าๆ แบบไม่ต้องแต่งไม่หรูหรา เดิมๆ หรือถ้าแต่งหรือทำใหม่ก็อยากได้แบบเก่าๆ ในวัดป่าแดด มีพุทธสถานหลังหนึ่งทรงแปลกตา คือหอไตรโบราณ ถัดมาจะเป็นอุโบสถอีกหลังหนึ่งที่สวยทั้งภายนอกและภายในมีรูปเขียนฝาผนังเก่า ที่สมบูรณ์ เป็นฝีมือของช่างชาวพม่าในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น..
เดินออกมาดูรอบๆ วัด มันช่างมีความเป็นชนบทและคลาสสิกดีแท้



...ด้านนอกกำแพงมีไม้มัดไว้คงเป็นไม้ที่ใช้สำหรับสุมไฟ ในประเพณี ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า (วันเพ็ญเดือนสี่เหนือ) เป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวล้านนา หลังจากที่เก็บเกี่ยวข้าวจากท้องนาแล้ว ชาวนาจะเอาข้าวใหม่มาทานก่อนยังไม่ได้ ต้องเอามาถวายพระในงานบุญเดือนสี่ก่อน จึงจะกินได้
จำได้ว่าเมื่อตอนเด็กๆ ที่บ้านเกิด เคยไปเอาไม้ชนิดหนึ่งในป่า ชื่อว่า “ไม้จี่” เป็นไม้พุ่มเล็กๆ มีหนาม เปลือกสีน้ำตาล ตัดเอาขนาดพอเหมาะ จำนวนเท่ากับจำนวนคนในบ้าน ปอกเปลือกเอาไปตากให้แห้ง แล้วเอาไปรวมกันไว้ที่วัด ไม่รู้ว่าปัจจุบันนี้ยังมีการทำแบบนี้อยู่หรือไม่ สังคมและวิถีที่เปลี่ยนไป อาจจะมีคนรับจ้างไปตัด หรืออาจจะตัดแล้วเอามาขายให้เลย ง่ายดี ..สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยเงินตรา...ว่ากันไป

จากวัดป่าแดด คงได้เวลาเดินทางกลับ ต้องจบทริปแม่แจ่มไว้ก่อนเท่านี้ วันนี้มาเที่ยวได้ไม่ทั่ว สัญญาไว้ ....จะไปอีกให้ได้ เมืองแม่แจ่ม


ภาพสวยๆ '56 ....
ส่องเสือฯ ชมพู ที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)
พญาเสือฯที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี ดอยอินทนนท์



  


กรุณาล็อกอินก่อน จึงจะแสดงข้อคิดเห็นได้

  
2,708
2,875
5,774
2,827
1,667
2,187
1,442
3,820
3,569
1,469
  
อัพเดทล่าสุด : 11 ก.ค. 2556 08:38:51 เข้าชม : 1203 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
อัพเดทล่าสุด : 30 ก.ย. 2556 21:54:42 เข้าชม : 1179 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 399 บาท
อัพเดทล่าสุด : 11 ก.ค. 2556 08:39:53 เข้าชม : 2018 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 100 บาท
อัพเดทล่าสุด : 9 ส.ค. 2556 13:29:09 เข้าชม : 1042 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 299 บาท
ดูประกาศทั้งหมด