สมัครสมาชิก   log in   ลืมรหัส   เพิ่มภาพ/วิดิโอ   เล่าเรื่องเที่ยว   แนะนำที่กินที่เที่ยว

ไปหน้าเว็บ www.agoda.com
Google

orther WeB
www.gotwodays.com




วิธีการเพิ่มเรื่องเล่าการเดินทาง
วิธีการเพิ่มที่กิน/ที่เที่ยว/เทศกาล
วิธีการเพิ่มภาพในเนื้อหา


ขอบคุณอีกครั้งที่ชื่นชอบเว็บของเรา...
ใกล้ไกลไปเที่ยวกัน 2 วัน 1 คืน


หนึ่งคืนที่ดอยเสมอดาว...จังหวัดน่าน
   เปิดอ่านแล้ว 8,999  ครั้ง



เกือบลืมเขียนเรื่องการเดินทางในบางส่วนของน่านนคร
ที่บอกว่าบางส่วนเพราะว่าเมืองน่าน มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไปสองวันหนึ่งคืนเที่ยวไม่หมด ครั้งนี้เราได้เที่ยวสองจังหวัดคือแพร่กับน่าน โดยเริ่มจากลอง-แพร่-เวียงสา-น่าน


ความหวังว่าจะไปเหยียบดอยเสมอดาว ณ ที่ที่ มีดาวเคียงดอย... ด้วยประสบการณ์ที่เราเคยผ่านมา เราต้องเตรียมอาหารและเครื่องใช้ที่จำเป็นให้พร้อมเพราะบนดอยนั้นไม่มีอาหารหรือเครื่องดื่มให้เราได้สบายเลย แวะซื้อของและอาหารในตลาดห้วยอ้อ อำเภอลอง เมืองเล็กๆ แต่เราก็ได้ของพร้อมสำหรับในคืนแรกเราต้องนอนกางเต็นท์บนดอยเสมอดาว

แต่ก่อนการเดินทางทุกครั้งที่จะขาดไม่ได้คือ “กาแฟ” เราต้องเติมคาเฟอีนเพื่อสุขภาพสมองและสายตา เพราะหากว่ารอไปหาทานเอาข้างหน้าถ้าไม่เจอร้านอาจจะลงแดงตายได้ก่อนถึงปลายทาง


ได้ที่แล้วเริ่มดินทาง...ไปสู่นครน่าน ออกจากอำเภอลองไปตามถนนสายลองแพร่ (หมายเลข 1023) อากาศปลายฝนต้นหนาว เย็นสบายภายใต้ร่มไม้เกือบตลอดทาง โค้งคดเคี้ยว ไปตามภูเขา ระหว่างทางก่อนที่จะพ้นเขตเมืองลอง แวะชมสวนหินมหาราช ในบริเวณอุทยานแห่งชาติดอยผากลอง


ที่นี่..ผมไม่ได้มานานมากถ้าจำได้ก็ตั้งแต่จบมัธยมปลายแล้ว ดูเงียบๆ เหมือนเดิม แต่ก็ดีสงบเหมาะสำหรับการแวะพักระหว่างทางมากกว่า ในบริเวณนี้นอกจากมีสวนหินมหาราชแล้ว บนยอดเขายังมีภูหินปะการัง ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำผ่านชั้นหินปูน ทำให้เกิดลักษณะคล้ายปะการัง จึงเรียกว่าภูหินปะการัง แต่ช่วงที่ผมไปเป็นช่วงที่ปิดปรับปรุงทางขึ้นเลยไม่ได้เก็บภาพมาให้ชม

เข้าสู่เมืองแพร่..


ก่อนทานอาหารเที่ยง แวะชมคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ ตามรอยละครเรื่องรอยไหมที่โด่งดังส่วนหนึ่งมาถ่ายทำที่นี่ สวยครับสวยกว่าในละครมาก และส่วนด้านหลังของอาคารปัจจุบันเป็นจวนผู้ว่าของจังหวัดแพร่ ตัวอาคารยังคงสภาพสมบูรณ์ มีการดูแลอย่างดี ชั้นบนสุดเป็นห้องนอน ห้องโถง เก็บรักษาวัตถุโบราณที่มีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องราวของชาวเมืองแพร่จัดโชว์ได้ให้ชมกัน







ระหว่างการเดินชมนั้น มีเสียงดนตรีไทย-พื้นเมืองแว่วๆ มา จากชั้นสองของอาคารศิลปินทั้งหมดมาด้วยจิตอาสา เป็นการรวมศิลปินดนตรีตั้งแต่เล็กจนเฒ่าแก่ มาเล่นเพลงเดียวกัน..ลดระยะห่างระหว่างวัยลงได้เยอะ ^__^  


ชั้นล่างสุดหรือชั้นใต้ดินในอดีตเป็นที่คุมขังนักโทษ ปัจจุบันยังรักษาสภาพและอุปกรณ์ ไว้ให้ศึกษาอยู่ มีห้องอยู่สามห้อง ห้องกลางเป็นห้องมืดไว้คุมขังผู้ทำผิดร้ายแรง อากาศในห้องอับชื้น ผมเลยไม่ได้เข้าไปในที่คุมขัง แต่แอบยืนอยู่ข้างนอกแล้วยื่นมือเข้าไปถ่ายรูปออกมาได้ภาพอย่างที่เห็น






Go go ...อีกครั้ง

..ออกจากเมืองแพร่ตามถนนยันตรกิจโกศล (หมายเลข 101 ช่วงแพร่-น่าน) เขาสู่เวียงสาจังหวัดน่านก็บ่ายสามโมง ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงกว่ากับระยะทาง 60 กิโลเมตร ถึงเวียงสา เราเลี้ยวขวาเข้าเส้นทาง 1026 เวียงสา-นาน้อยและต่อด้วยเส้นทาง 1038 เพื่อไปให้ถึง ดอยเสมอดาวก่อนค่ำและแล้วก็มาป้ายชื่ออุทยานฯ อีก 1 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยาน เราติดต่อเจ้าหน้าที่เรียบร้อย ทางอุทยานให้เราพักที่ลานกางเต็นท์ บนยอดดอยเสมอดาว




...แล้วเราก้อมาถึงดอยเสมอดาว
สวยมาก...แม้เรายังไม่ได้ยืนอยู่บนยอดดอย แต่ลานกางเต็นท์ ทำเป็นขั้นๆ ..หญ้าเขียวขจีเป็นผืนคล้ายพรมปูทั่วทั้งแผ่นภูเขา...ไม่รอช้าเราขึ้นไปดูตำแหน่งที่เรียกว่าดอยเสมอดาว...สมชื่อ เพราะจุดนี้สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้รอบทิศ 360 องศา และมองเห็นผาหัวสิงห์ได้ชัดเจน เบื้องล่างของผาหัวสิงห์เป็นลำน้ำน่านที่ทอดยาวจากเหนือจดใต้ ผ่านออกไปทางอำเภอนาน้อย...





 



กลับลงมากางเต็นท์แล้ว  ..เตรียมที่นอนแล้ว ไปชมพระอาทิตย์ตกดิน ให้ลูกสาวได้ลองกล้องตัวใหม่ ซื้อให้แทนตัวเก่าประสิทธิภาพสูงกว่าถ่ายได้ไวกว่า หากแต่ว่าเรามาช้าไปนิดนึง พลบค่ำแล้วเล่นแสงมากไม่ได้ตะวันแตะภูเขาเลยดูทึมๆ แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะจุดหมายเราคือ มาดูดาว..เสมอดอย





เวลาที่รอยคอยก็มาถึง...เสียดายความมืดมิด เสียดายความสวยงามของดวงดาวที่พราวทั่วฟ้า กล้องคอมแพ็คฟูฯ ของผมไม่อาจจะเก็บภาพมาให้ชมได้ ปรับยังไงๆ ก็ได้แต่ความมืดมิด ฮะฮะฮ่า เลยเอาเป็นว่าจะตั้งใจดูดาวและเก็บภาพด้วยแผ่นฟิล์มในดวงตา แล้วเอามาเล่าให้ใครๆ ฟัง
เวลากลางคืนที่ที่ห่างไกลผู้คน ที่ที่เกือบจะมืดมิด เหมือนว่าเราอยู่กับตัวเองช่างรู้สึกดีจริงๆ ..ชมอยู่ได้ไม่นานอาการเย็นลง ต้องลงมาส่งให้เด็กๆ เข้าเต็นท์กันไปก่อน ผมขอนั่งหน้าเต็นท์ เก็บบรรยากาศที่แห่งนี้อีกสักพัก



เช้าวันนี้ ที่ดอยเสมอดาว สดชื่นมาก...ยังมืดอยู่เราเดินขึ้นไปรอดูดวงอาทิตย์และทะเลหมอกกัน ผมเริ่มชอบที่นี่พอๆ กับห้วยน้ำดังแล้วละครับ เพราะชอบสนามหญ้า ชอบดูดาว ชอบตากน้ำค้างและชอบดวงอาทิตย์ขึ้น  อากาศดีๆ กับหมอกจางๆ แสงทองจับขอบฟ้า เริ่มเห็นทะเลหมอกในหุบเขาเบื้องล่างแสงแรกของวันส่องกระทบผืนหมอกด้านล่างดูคล้ายคลื่นที่ไหลไปอย่างช้าๆ เหตุนี้กระมังที่เรียกกันว่า “ทะเล__หมอก”






เต็มอิ่ม..กับบรรยากาศ ลงมาเก็บของทานอาหารเช้าเรียบๆง่ายๆ ก่อไฟต้มน้ำ ชงบะหมี่คนละถ้วย ผมต้องต่อท้ายด้วย ขนมปังและกาแฟอีกหนึ่งถ้วย กาแฟทรีอินวัน ..ที่นี้ วันนี้อร่อยมากอย่างบอกไม่ถูก อดเอาอีกเดี๋ยวเดียวจะได้ไปกินกาแฟร้านเพื่อนเราล่ะ 
ก่อนออกจากอุทยาน..อย่าลืมไปดูผาชู้ พยานแห่งตำนานรักสามเส้า ที่จารึกไว้ที่ผาแห่งนี้ และสายธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทยชักจากบริเวณที่ทำการฯ ไปสู่เสาธงที่ยอดดอยผาชู้ .....เสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อ เราก็กลับออกจากดอยเสมอดาวทางเดิม ผ่านอำเภอนาน้อย-เวียงสา-น่าน สายมากแล้วแต่ระหว่างทางเวียงสา-น่านยังปกคลุมไปด้วยม่านหมอก แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี



ถึงน่านแล้ว.. เข้าพักในโรงแรมเล็กๆ หลังวัดสวนตาล ต้องตามใจเด็กๆ ก่อนให้เขาได้พักบ้าง หลังจากที่เดินทางมาไกลมาก...สำหรับเด็กหญิง 6 ขวบ และเด็กชาย 2 ขวบครึ่ง ถึงว่าสุดยอดแล้ว หลังจากพักให้หายเหนื่อยแล้ว พร้อมเที่ยวต่อ..แต่ต้องเติมคาเฟอีนก่อน ที่ร้าน ณ CUP ของเพื่อนชาวน่าน แต่วันนี้ไม่เจอตัว..ต้องมารอบหน้า ^__^







เริ่มเที่ยวภาคบ่าย ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เราได้รับการบริการอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ที่นี่..ในบริเวณนี้ถือว่าเป็นศูนย์การท่องเที่ยว..ด้านหน้าเป็นวัดภูมินทร์ ที่มีภาพวาดโบราณที่ชื่อว่า กระซิบรักบันลือโลก ที่เสียงกระซิบดังกว่าชื่อวัด (อันนี้ต่อเติมเอาเองนะครับ หากไม่ถูกใจ ต้องขออภัยจาวน่านโตยนะคับ)ด้านขวามือเป็นวัดกลางเมือง ส่วนเยื้องๆ ไปทางขวาอีกฝั่งหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์จังหวัดที่มีวัดน้อยอยู่ใต้ต้นไม้ ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย และที่สำคัญคือเป็นที่เก็บงาช้างดำ คู่บ้านคู่เมืองน่านอีกด้วย





เราใช้บริการรถรางนำเที่ยว เพื่อชมวัดและโบราณสถานในตัวเมืองน่าน เพราะหากเดินเที่ยวชมให้หมดคงไม่ไหวเอารถส่วนตัวไปก็คงไปไม่ถูก เพราะวัดในตัวเมืองน่านนี่เยอะมากๆๆ และเหตุที่ว่ามีที่เที่ยวเยอะนี่เองทำให้ไม่สามารถจอดให้ชมได้ทุกที่ได้ แต่อย่างน้อยเราก็ได้ชมและฟังความเป็นมาของสถานที่นั้นๆ จากการบรรยายของไกด์อาสา ที่คอยบรรยายให้เราฟังตั้งแต่ต้นจนจบ






สาธยายไปจะเป็นเรื่องเล่าที่ยาวมากเรื่องหนึ่ง เอาเป็นว่าอยากรู้รายละเอียด วิถีชีวิตชาวน่านเป็นอย่างไหน ปัจจุบันอยู่กันอย่างไร ต้องชมด้วยตัวเองครับ

สำหรับผมต้องกลับมาใหม่...
  มาน่าน 2 วัน 1 คืน คงไม่พอ!!

 








  

ท่านยังไม่ได้ online ...กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

  
6,666
3,724
6,472
6,595
7,160
7,957
4,922
5,554
9,252
7,722
  
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:41 อ่านแล้ว : 4512 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 100 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:38:29 อ่านแล้ว : 4276 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 550 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:33 อ่านแล้ว : 4018 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
ปรับปรุง : 9 พ.ย. 2558 21:26:14 อ่านแล้ว : 5995 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 15 บาท
ดูทั้งหมด