สมัครสมาชิก   log in   ลืมรหัส   เพิ่มภาพ/วิดิโอ   เล่าเรื่องเที่ยว   แนะนำที่กินที่เที่ยว

ไปหน้าเว็บ www.agoda.com
Google

orther WeB
www.gotwodays.com




วิธีการเพิ่มเรื่องเล่าการเดินทาง
วิธีการเพิ่มที่กิน/ที่เที่ยว/เทศกาล
วิธีการเพิ่มภาพในเนื้อหา


ขอบคุณอีกครั้งที่ชื่นชอบเว็บของเรา...
ใกล้ไกลไปเที่ยวกัน 2 วัน 1 คืน


เชียงรายรำลึก
   เปิดอ่านแล้ว 4,987  ครั้ง


เชียงราย.. จังหวัดเหนือสุดแห่งประเทศสยาม จำได้ว่าไปครั้งสุดท้ายก็เมื่อ พ.ศ. 2547 เกือบสิบปีมาแล้ว มาวันนี้ได้มีโอกาสไปอีกครั้ง ด้วยต้องทำหน้าที่คนขับรถให้กับพ่อแม่ ไปเยี่ยมญาติที่อำเภอเชียงของ แน่นนอนต้องวางแผนการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวไปด้วย
เช้ามืดของวันเดินทาง ...ที่ต้องออกเดินางแต่เช้าเพราะด้วยประสบการณ์ที่เรามี ^_^ เชียงรายไม่ไกล..แต่ก็ใช้เวลาเดินทางพอควร นัดตีห้าล้อรถเลื่อน แต่เอาเข้าจริงก็ปาเข้าไปเกือบ 6 โมงเช้าจึงจะได้ฤกษ์ออกเดินทาง
แสงแรกของการเดินทาง เชียงใหม่-แม่สรวย-เชียงราย-เชียงแสน-เชียงของ ...ที่แม่ขะจาน บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ ที่โด่งดังเป็นที่พักคนเดินทางมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลไปบ้างในทางที่ดีขึ้น มีร้านใหญ่ ใหม่กว่า ขายของที่ระลึก เครื่องเงิน สินค้าพื้นเมือง ด้านในยังมีห้องอาบน้ำแร่-ที่แช่เท้าในน้ำอุ่น หากมีเวลาก็น่าลอง








เขาว่ากันว่าคนเก่าคนแก่มักใฝ่หาอดีต ^_^ จำได้ว่าเมื่อครั้งก่อนจุดแวะพักจอดรถอยู่อีกด้านหนึ่งที่มีบ่อน้ำร้อนอยู่ด้านหลัง จึงเดินข้ามไปดู.... ตอนนี้ทรุดโทรมไปมาก พร้อม ๆ กับร้านต่างๆ ที่ถูกปล่อยร้าง จากการสอบถามคนแถวนั้นได้ความว่า มีน้ำหลากเมื่อหลายปีก่อนทำให้น้ำท่วมบ่อน้ำร้อนรวมถึงร้านต่าง ๆ ที่อยู่ด้านบนด้วย จึงได้มีการพัฒนาร้านขายของและบ่อน้ำร้อนอีกฝั่งหนึ่งของถนนขึ้นมาแทนของเดิม



ก่อนออกเดินทางต้องเติมกาแฟกันก่อน เหมือนเดิมกาแฟดำสักแก้ว... พอเพียงพอแล้ว กินไปงั้นแหละ... ไม่ได้ติดกาแฟนะครับ เพียงแค่วันไหนไม่ได้กินมันจะปวดหัว ^_^ ..ที่ร้านกาแฟมีบริการแช่เท้าในน้ำอุ่นที่ไหลผ่านอ่างเล็ก ๆ รอบ ๆ ร้าน แต่ผมไม่ได้ลองนะครับ ไม่มีเวลาจริง ๆ วางแผนการเดินทางมามากมาย แต่ไปได้จริง ๆ ไม่กี่แห่ง ที่ตั้งใจแวะก็คือวัดร่องขุ่น จากแม่ขะจาน-แม่สรวย แล้วก็มาบรรจบกับถนนพหลโยธิน ไปอีกสักพักก็จะเห็นป้ายบอกทางเข้าวัดร่องขุ่นทางซ้ายมือ พอเลี้ยวเข้าไปก็จะเห็นรถเรียงรายกัน หาที่จอดรถยากหน่อย จึงไปจอดที่ลานดินหลังวัด แล้วเดินเลาะกลับเข้ามาหน้าวัด คนเยอะ....

วัดร่องขุ่น วัดที่มีศานสถานสีขาวล้วนประดับด้วยกระจกแก้วขาวใส เกิดความงดงาม บริสุทธ์ สะอาด จุดที่ต้องชมและถือเป็นไฮไลท์ของวัดร่องขุ่นคือ เข้าชมพระอุโบสถ ที่ต้องเดินผ่านนรกบนดิน (ผมจะเรียกของผมอย่างนี้..ง่ายดี) สถานที่ที่สร้างไว้เปรียบกับนรก กิเลส ตัณหา



เวลาเดินผ่านก็ให้เดินไปและพิจารณาไป อย่าหยุด อย่าหลงกับสิ่งไม่ดี อย่าเดินย้อนกลับลงมา..ถ้าเดินกลับมาก็เหมือนว่าเดินกลับมายังนรก เมื่อผ่านเข้าไปแล้วก็เข้าไปไหว้พระประธานในพระอุโบสถ แล้วเดินออกทางด้านข้าง เพื่อชมส่วนต่างๆ ของวัดต่อไป

จากวัดร่องขุ่น.. แล้วก็ไปชมไร่บุญรอดหรือสิงห์ปาร์ค ซึ่งห่างจากวัดร่องขุ่นไม่ไกล เที่ยวสิงห์ปาร์คเที่ยวดูอะไร .. หลายคนคงมีคำถามในใจ เช่นเดียวกันกับผมเอง นอกจากจะมาถ่ายรูปคู่กับสิงห์ทองที่ยืนยกเท้าขวากลางสนามหญ้าแล้วไม่เห็นมีอะไร ^__^
แต่ความจริงมีมากกว่านั้น เช่น ส่วนของการต้อนรับมีบริการร้านค้า-ร้านชาและกาแฟสด และจุดเริ่มเส้นทางการนั่งรถรางชมสวนสิงห์ปาร์ค แต่วันนี้เขายังอนุญาต ให้ขับรถเข้าชมได้จึงเลือกจะขับรถเข้าไปข้างในแทน ....ด้านในมีสวนดอกไม้ และในสุดเป็นส่วนของร้านอาหาร ที่เป็นจุดชมวิว 360 องศา ยามสายๆ เมื่อปลายหนาว แต่ตอนนี้ ร้อนมาก....... ตับจะแตก ส่วนอื่นๆ ที่ยังปรับปรุงอีกมากมาย เช่น การชมยีราฟ สวนผลไม้ ดอกไม้อีกหลายแปลงที่ยังไม่เปิดให้เข้าชม เพื่อนผ่านมาทางนี้ลองแวะมาชมกันนะครับ

 



อากาศร้อน.... โปรแกรมการเดินทางจึงเปลี่ยนไป จากที่จะไปช็อปที่แม่สายก่อนเป็นไปเที่ยวสามเหลี่ยมทองคำแทน เนื่องจากว่าใกล้เชียงของมากกว่า จะได้ไปถึงบ้านญาติเร็วขึ้น... ไปสามเหลี่ยมทองคำ ทางแม่จัน-เชียงแสน เป็นทางที่ไม่ลำบากและระยะใกล้ที่สุดแล้ว ใช้เวลาไม่นานนัก เราก็ได้มายืนอยู่ ณ จุดที่เรียกว่าสามเหลี่ยมทองคำ ที่เป็นจุดชายแดนระหว่างสามประเทศคือ ไทย พม่า และลาว...


แต่ก่อนอื่นเราต้องหาข้าวทานกันก่อน เลยเพลมามากแล้ว ที่สามเหลี่ยมทองคำ มีร้านขายอาหาร บริเวณที่จอดรถ ติดฝั่งลำน้ำโขง เลือกได้กินได้... เลือกทานอาหารที่ปรุงสุก สะดวก เร็ว ...ก็เลยเป็นข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยวและต้มยำปลาคังน้ำใส เพราะหากถูกพิษจากอาหารการเดินทางจะไม่สนุก

หลังทานอาหารมีกิจกรรมย่อยอาหารด้วยการนั่งเรือ ชมลำน้ำโขงและไปเหยีบแผ่นดินลาวที่เกาะดอนซาว เกาะกลางน้ำ กรรมสิทธิ์ของประเทศลาว บริการนั่งเรือมมีหลายประเภท มีรูปแบบการเดินทางและขนาดเรือแตกต่างกันไป แบบเหมาลำ ราคาก็มีตั้งแต่ 500-2000 บาท หรือจะจ่ายรายคนก็แล้วแต่จะตกลงกัน ที่สำคัญคือความปลอดภัยต้องเอามาพิจารณาด้วยครับ อากาศร้อนเราไม่อยากเดินหาอีกแล้ว เลือกร้านที่อยู่ในบริเวณที่จอดรถ...



ตอนแรกตั้งใจจะไปแบบเช่าเหมาลำย่าของเด็กๆ ควักจ่ายเลยแบบเหมาลำ 1000 บาท.. แต่พอเห็นเรือชักอยากเปลี่ยนใจเพราะเรือราคา 1000 บาทเป็นเรือเล็ก นั่งได้ 4-5 คน และไม่มีหลังคา จึงเปลี่ยนแนวมาเป็นเรือลำใหญ่แต่ไปกับคนอื่น.. ราคาตางกันเล็กน้อยแต่ก็ดูปลอดภัยกว่า
เรือพาเราขึ้นไปชมลำโขงบริเวณจุดแบ่งเขตแดนระหว่างสามประเทศ แล้ววนกลับมาขึ้นท่าเรือที่เกาะดอนซาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาด เป็นตลาดขายสินค้าจากประเทศลาวในราคาถูก ถูกจริงๆ คิดว่าของบางอย่างอาจจะถูกกว่าแม่สาย เช่นกระเป๋า เสื้อยืด หรือของจิปาถะอื่นๆ เหล้า ไวน์ บุหรี่ แก้วแหวนเงินทองสารพัด แต่ไม่รับประกัน ..เรื่องเก๊ หรือปลอม ...ตาดีได้ตาร้ายเสีย






มีร้านกาแฟสดด้วย Hi…. So ! เพราะฉะนั้นต้องชิม จากฝีมือบาริสต้าหนุ่ม เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่จากอิตาลี และเม็ดกาแฟจากทางตอนเหนือของประเทศลาว
Americano OK ….รสชาติพอทานได้ คือแบบว่ารสมันลอยๆ ไม่เต็มลิ้น มีแต่ขมนำ.. ไม่น่าเกลียดนัก กับราคากาแฟร้อน 20 บาท สำหรับคนที่มีหน้าตาและแต่งตัวเหมือนไกด์ เห็นว่าคนอื่นเขาซื้อกันในราคา 50-60 บาท
^_^

เสร็จแล้วกลับฝั่งไทยด้วยเรือลำเดิม ขึ้นฝั่งแล้วแวะนมัสการพระเจ้าล้านตื้อ พระองค์ใหญ่ที่สร้างจำลองพระ ล้านตื้อ ในตำนานเมืองเชียงแสน ที่เล่ากันมาว่าจมลงในลำน้ำโขงเมื่อในอดีต.. และมีคนดำน้ำลงไปพบเมื่อ 70-80 ปีก่อน และไม่มีการขุดค้นหากันอีก... จึงได้สร้างองค์จำลองไว้สักการะแทน
หลังจากนั้นผมก็แว๊บ...ไปชมพิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่นที่อยู่ใกล้ๆ ชมและเก็บข้อมูลอย่างเร็ว.. แว๊บๆ




การเดินทางวันนี้ยังไม่จบ..ปลายทางของเรายังอีกประมาณ 60 กิโลเมตร พ่อผมเลยถามญาติทางโน้นว่าไปทางไหนดี.. ปลายสายบอกว่าให้เลาะริมโขงเข้าเมืองเชียงของก่อนแล้วแวะชมสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ก่อนถ้ามีเวลา..!
เมื่อถึงเชียงของ เย็นมากแล้วเกือบบบบบบ ไม่ทันไปชมสะพานมิตรภาพฯ เพราะต้องออกจากเชียงของอีก 10 กิโลเมตร กลายเป็นว่าที่ที่เราถามทางมา เป็นด่านตรวจเชิงสะพานสำหรับผ่านแดนไปยังฝั่งลาว เลยไม่ได้เข้าไปในด่านฯ สอบถามแม่ค้าที่หน้าด่าน ได้รายละเอียดว่าจุดที่ชมสะพานต้องย้อนกลับและเข้าซอยไปอีก ไกล.... แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็เลยไปดูซะหน่อยนะ




จุดที่แม่ค้าเขาบอกเป็นทางลอดใต้สะพานริมฝั่งลำน้ำโขง มีคนมาจอดรถและนั่งคุยกันเป็นกลุ่ม ไม่มีร้านไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก แต่อีกหน่อยคงจะมี...
ตะวันตกดินคงเหลือแต่งแสงสีแดงส้มที่ขอบฟ้า เหนื่อยล้าพอเหมาะกับหน้าที่คนขับรถ และต้องส่งผู้โดยสารให้ถึงจุดหมายที่บ้านญาติ... เมื่อถึงที่หมายแล้ว.. ก็พักกันก่อน ...
 




วันที่สอง ณ ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ เช้านี้เดินตามพ่อกับแม่ ไปเจอคนโน้น คนนี้หลายๆ คน บางคนเป็นญาติปู่ย่า อาอาว์ ใกล้ชิด แต่ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอกันเลยก็มี... ดีใจที่ได้เจอกัน วันนี้...ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก.. มีพบต้องมีพราก... ต้องเดินทางกลับแล้ว ผมต้องทำหน้าที่ขับรถเป็นวันที่สอง ใช้เส้นทางลัดจากเชียงของ-ดอยหลวง-เชียงแสน แล้วเลาะชายแดนไทย-พม่าตามทางหมายเลข ไปแม่สาย (ผ่านสามเหลี่ยมทองคำ)


ถึงตลาดแม่สายเที่ยงกว่าๆ เมื่อถึงบริเวณด่านตรวจ ขับชิดซ้ายเพื่อหาที่จอดรถ ก่อนที่จะลอดใต้สะพาน มีป้ายชี้ไปที่จอด ชี้เข้าซอยซ้ายมือ มีที่จอดรถเอกชน....ค่าจอดคันละ 30-50 บาท สะดวกสบาย ..แต่ต้องแลกด้วยเงินทอง อย่างว่าแหละนะย่านธุรกิจ ...

ครั้งนี้ไม่ได้ข้ามไปฝั่งพม่าเพราะกลัวข่าวลือ...ที่ว่าเด็กพม่าจะเข้ามายัดยาบ้าใส่มือแล้วตำรวจจะจเราขังลืม ถ้าไม่ยอมรับหรือไม่ยอมจ่ายตังค์ ถ้ามันเป็นจริง...ช่างคิดได้เหนาะ หรือถ้าไม่จริง... ก็ช่างคิดหาข่างมาเล่าลือได้น้อ... เดินไปเดินมา พ่อกับแม่ไม่รู้ว่าไปไหนแล้ว ผมจึงกลับไปที่รถ หาอะไรทานแล้วพักสายตาหน่อย...กะว่าขากลับขับยาวเลยทีเดียว
 
บ่ายสองจึงเดินทางกลับจากแม่สาย-แม่จัน- เชียงราย หน้าที่คนขับอีกอย่างคือจอดปั๊มน้ำมัน ให้ผู้โดยสารพักจึงเลือกปั๊มสุดท้าย..ก่อนเข้าทางแยกแม่สรวย ที่สามารถทำธุระส่วนตัวได้ หาซื้อของฝากได้..ครบในทีเดียวจะได้ไม่ต้องจอดหลายที่..หลังจากนั้นก็ go go….
 
18.30 น. กลับถึงที่หมายโดยปลอดภัย ได้ทำหน้าที่เต็มที่แล้ว สองวันหนึ่งคืนเต็มๆ กับการเดินทางเพื่อรำลึกที่เชียงราย... บรรลุวัตถุประสงค์แล้วทั้งปวง ถึงเวลาพักซะที.. สวัสดี

  

ท่านยังไม่ได้ online ...กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

  
8,987
13,660
4,987
10,170
7,549
7,356
7,106
6,164
5,772
8,352
  
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:53 อ่านแล้ว : 5740 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 100 บาท
ปรับปรุง : 9 พ.ย. 2558 21:26:14 อ่านแล้ว : 5783 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 15 บาท
ปรับปรุง : 19 พ.ย. 2558 21:42:10 อ่านแล้ว : 3756 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 5,500,000 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:38:29 อ่านแล้ว : 4101 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 550 บาท
ดูทั้งหมด