สมัครสมาชิก   log in   ลืมรหัส   เพิ่มภาพ/วิดิโอ   เล่าเรื่องเที่ยว   แนะนำที่กินที่เที่ยว

ไปหน้าเว็บ www.agoda.com
Google

orther WeB
www.gotwodays.com




วิธีการเพิ่มเรื่องเล่าการเดินทาง
วิธีการเพิ่มที่กิน/ที่เที่ยว/เทศกาล
วิธีการเพิ่มภาพในเนื้อหา


ขอบคุณอีกครั้งที่ชื่นชอบเว็บของเรา...
ใกล้ไกลไปเที่ยวกัน 2 วัน 1 คืน


เที่ยวถิ่นมนุษย์โบราณ ออบหลวง-น้ำพุร้อนเทพพนม และไปชมเมืองแจ่ม
   เปิดอ่านแล้ว 5,555  ครั้ง


การเดินทางเริ่มตามกำหนด​เวลา...ข้าวของ​ สัมภาระ​ ถูกจัดเตรียม​ไว้​ก่อน​แล้ว​ เต็นท์​ เครื่อง​นอน​ อุปกรณ์​จำเป็น​ครบ​ ​เส้นทาง​ที่คุ้นเคย.. เชียงใหม่​-ฮอด​
 
เริ่มเลยละกัน​นะ​ครับ​ ​
ตั้งใจว่าจะพักให้เต็มที่​  ใช้เวลากับการเดินทางให้น้อยทีสุด ระหว่างทางสังเกต...​ว่า  วันนี้รถเยอะ ตอนแรกว่าจะแวะตลาดจอมทองและนมัสการพระบรมธาตุศรีจอมทองด้วย แต่หาที่จอดรถไม่ได้จึงเดินทางต่อ
แวะตลาดในตัวอำเภอฮอด..  ร้านชำใกล้​ๆ กับวงเวียน ซื้ออุปกรณ์การวาดรูป​ และของใช้จำเป็นเพิ่มเติม


10.00 น. ไม่สายไม่เช้า เวลาและอากาศกำลัง​ดี ล้อรถเลื่อนอีกครั้ง
 
ใกล้เที่ยง..  มาถึงออบหลวง ติดต่อสอบถามรายละเอียดการเข้าพักในที่ทำการอุทยานฯ และจับจองที่กางเต็นท์ เราเลือกที่จะพักในบริเวณที่สะดวกแก่การขนของ และที่สำคัญต้องมีพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมกัน
หลังทานอาหารกลางวัน ได้เวลาพักกันแล้ว เราแจกแผ่นกระดาน กระดาษวาดรูป ดินสอ ยางลบ ให้เด็กๆ คนละชุด วาดรูปกันตามอัธยาศัย ที่ริมฝั่งลำน้ำแม่แจ่ม

ผมก็วาดบ้างตามแบบของผม ..แบบว่าไม่ได้ร่ำเรียนหรือรู้หลักวิชาการวาดรูปอะไร วาดไปเรื่อย แอบจำเขามา ว่างั้น..

แต่ไม่นานนักเด็กก็เบื่อ... จึงเริ่มกิจกรรมที่สอง  คือ เดินสำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ออบหลวง อยู่ห่างจากจุดกางเต็นท์ไปไม่มาก เดินไปอีกนิดเดียวก็ถึงทางเข้า ผ่านร่มไผ่ป่า ที่ปกคลุมสองข้างทาง ฝั่งทางซ้ายมือเป็นลำน้ำแม่แจ่ม เสียงน้ำผ่านเกาะแก่งดังซู่ซ่าตลอดทาง จนเข้ามาถึงจุด ที่เรียกกันว่า ออบหลวงหรือช่องน้ำลอดขนาดใหญ่ ที่เกิดจากการกัดเซาะของลำน้ำแม่แจ่ม จนเกิดช่องหุบผาลึก  จึงมีการเรียกชื่อแม่น้ำสายนี้ อีกชื่อหนึ่งว่า "แม่น้ำสลักหิน"
 

ผมว่าผมมองเห็นหินผาทางด้านซ้ายมือเป็นรูปใบหน้า​ผู้ชายหันข้าง ที่กำลัง​ มองทอดสายตาล่องไปตามสายน้ำ . ไม่รู้สินะ ไม่รู้​ว่าคนอื่นจะมองเห็นเหมือนผมหรือเปล่า​

 

จากจุดชมวิวหน้าผาออบหลวง ต้องเดินไปตามทางเลาะเชิงเขา เพื่อไปยังสะพานข้าม  ผาออบหลวง..  ตอนอยู่ข้างล่างมองขึ้นมาก็ว่าสูงแล้ว  พอมายืนอยู่กลางสะพาน .. ตรงจุดนี้ยอมรับว่ามันสูงกว่าที่คิดไว้มาก อย่ายืนอยู่​นานเดี๋ยวหน้ามืด...
 




อีกฝั่งหนึ่งของสะพานเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
ในเวลาบ่ายสองโมง ไม่ร้อนเท่าไหร่ ...มั้ง..!! กับการเดินป่าภายใต้ร่มเงาไม้ ถ้ามีลมโชยขึ้นมานิดๆ จะดีมากๆ จุดแรกของเส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นหลุมฝังศพมนุษย์โบราณ จากป้ายบอกว่าเป็นหลุมฝังศพของผู้หญิง มีข้าวของเครื่องใช้ฝังรวมอยู่ ที่ข้างของศพด้วย  ที่เพิ่งขุดค้นเมื่อราวๆ พ.ศ. 2520 กว่าๆ นี่เอง แต่มองภายนอกก็ไม่เห็นอะไร เห็นแต่เพียงหลุมลึก มีก้อนหินวางรอบหลุม ไม่มีอะไรมากกว่านี้ แต่ก็ช่างมันเถอะ เพราะว่าเราไม่ใช่นักโบราณคดี ไม่ต้องรู้อะไรมากมายก็ได้ แค่อย่างน้อย ก็แค่รู้ว่าในบริเวณนี้ เคยเป็นแหล่งอาศัยของมนุษย์ยุคโบราณก็พอ

ต่อมา​เป็นแหล่งแร่หินแกรนิตธรรมชาติ หินเขี้ยวหนุมาน จริงแล้วๆ มีเศษหินแตกกระจายทั่วบริเวณ แต่ที่บริเวณนี้มีหินก้อนใหญ่มากกก โตเท่ารถ เท่าบ้านก็​มี..
จากนั้นก็เดินเดินเดิน กันต่อไป ชมภาพวาดโบราณบนผนังหน้าผา ยุคก่อนประวัติศาสตร์เป็นรูปลายเส้นสีขาว น่าจะแสดงวิถีชีวิตของยุคสมัย จึงมีการวาดรูปคน ช้าง ดอกไม้ ต้นไม้ เป็นสัญลักษณ์ไว้บนหน้าผา




และด้านบนของผาก้อนนี้ เป็นจุดชมวิวผาช้าง ก้อนหินใหญ่คล้ายหลังช้าง ซึ่งต้องเดินไปตามซอกหินขึ้นไป อยู่บนหลังก้อนหินสูงกว่า 30 เมตร แต่คิดดู.. ว่า ..เวลาบ่าย 2 โมงกว่า จะร้อนขนาดไหน  แต่ยังไงเขาก็ต้องขึ้นไปเก็บภาพจุดสูงสุด​ให้ได้​

จึงเดินลัดเลาะ ไปตามซอกหินอีกครั้ง..


  


ในที่สุดผมก็ไปยืนบน จุดที่สามารถมองทิวทัศน์ได้รอบด้าน หรือที่เรียกกันว่าหลังช้าง ชมวิวรอบๆ บริเวณออบหลวง และเส้นทางหลวง​ สายฮอด-แม่สะเรียง
เสียดายที่ไม่มีภาพมุมกว้างมาให้ชมได้ จึงไม่สามารถให้เห็นบรรยากาศเหมือนกับ​ที่ตาของ​ผม​เห็นได้ อย่างนี้นี่เองที่เขาเรียกว่า​เก็บ​มาได้แค่ความทรงจำ  ดังนั้นใครที่อยากจะเห็นวิวบนดอยผาช้าง ก็ต้องขึ้นไปดูเอาเองก็แล้วกัน




จากจุดชมวิวดอยผาช้างก็เดินกลับลงมาทางเดิม แต่เมื่อลงมาแล้วก็เดินต่อไปทาง​ซ้ายมือ ซึ่งจะเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เหลืออยู่ ติดกับทางเดินเป็นแหล่งดินโป่ง ..ถัดจากนั้นอีกประมาณ 150 เมตร ก็จะเป็นตาน้ำซึ่งมีน้ำผุดออกมาจากหน้าผา เป็นต้นกำเนิดของลำธารซึ่งจะไหลลงสู่ลำน้ำแม่แจ่มต่อไป




อากาศเริ่มร้อนเด็กๆ และเพื่อนร่วมทางเริ่มเหนื่อยบ่นตลอดทาง  แต่ยังไงเราก็อยากจะเดินวนให้ครบ  จุดศึกษาธรรมชาติของเส้นทางนี้  แต่...  ท้ายที่สุดเราก็ไม่สามารถเดินวนได้ เพราะว่าทางลงสูงชันมากและดินหน้าผาที่เป็น หิน แตกกระจัดกระจาย ทำให้พื้นลื่นไถล ไปตามทางลาดเชิงเขา พวกเราจึงเดินกลับ ย้อนไปตามเส้นทางเดิม  ระหว่างทางขากลับที่เดินลงมา ต้องทนฟังเสียงบ่นตลอดทาง ​
เวลาที่เหลือของบ่ายวันนี้ ตอนแรกตั้งใจว่าจะขึ้นไปชมน้ำพุร้อนเทพนม แต่ได้ข่าวว่า  วันนี้จะมีการจัดงาน ของบริษัทโตโยต้า เชียงใหม่ คิดว่าไม่สะดวกแก่การเข้าไปเที่ยวในวันนี้ เราจึงพักผ่อน ตามอัธยาศัยในบริเวณออบหลวงต่อไป  จนถึง​กลางคืน ยาวววววไป..
 

วันที่สอง... โปรแกรมที่จะไปชมดอกบัวตองที่ดอยแม่เหาะ ถูกตัดออกไป เพราะเวลา 1 วันที่เหลือ คงไม่พอสำหรับ การเดินทางไป-กลับ กว่า 200 กิโลเมตร
จากอุทยานแห่งชาติออบหลวง ไปยังน้ำพุร้อนเทพพนม ใช้เส้นทางสาย 108 ฮอด แม่สะเรียง ประมาณ 10 กิโลเมตร จะมีทางแยกเข้าทางขวามือ เข้าไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร


เมื่อถึงอุทยานแห่งชาติในส่วนของ น้ำพุร้อนเทพพนม ก็เก็บภาพรอบๆ บริเวณ​ สอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่และบอกความต้องการ ที่จะแช่น้ำแร่ภายในเขตน้ำพุร้อนเทพพนม เจ้าหน้าที่ให้เข้าไปด้านใน ซึ่งเป็นอาคารสำหรับแช่-อาบ น้ำแร่ มีคนมาใช้บริการน้อย จึงเลือกห้องแช่ได้ตามสบาย แถมยังปล่อยน้ำและปรับความร้อนเย็นของน้ำได้เองอีก ...ตอนแรกปรับ ความร้อนของน้ำแทบจะลวกไข่ให้สุกได้เลย ร้อนมากๆ
การแช่น้ำร้อน ปกติไม่ให้แช่กันนาน โดยทั่วไป​ก็จะใช้ เวลาแช่ ประมาณ 15 ถึง 30 นาที ถ้าแช่นานกว่านี้อาจจะทำให้ร่างกาย ปรับอุณหภูมิของร่างกายได้ไม่ดี อาจจะ​ ทำให้เจ็บป่วย​ได้ สมควรแก่เวลา ...ออกมาอาบน้ำเย็น ให้สดชื่น​

แล้วก็พร้อมสำหรับการเดินทางช่วงต่อไป  ตอนนั้นก็คิดอยู่ว่าจะกลับตามเส้นทางเดิม หรือไปทางอำเภอ​แม่แจ่ม ชั่งน้ำหนักระหว่างเส้นทางเล็กแคบ ผิวทางที่ผ่านมาขรุขระ​ทำความเร็ว​ได้ไม่ดีนัก แต่ถ้ากลับทางเดิมเราก็จะไม่ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เลย เท่านั้น.. ก็ตัดสินใจได้ จึงเลือกเส้นทางที่ผ่านอำเภอแม่แจ่ม


ถึงอำเภอแม่แจ่มก่อนเที่ยงเล็กน้อยซึ่งเราก็หิวกันพอดี ในอำเภอเล็กๆ เรียบง่ายถ้าเราจะหาร้านอาหารดีๆ สักที่หนึ่ง​ คงไม่ง่ายนัก พอดีว่าเราไปเที่ยวชมวัด​บ้านทับ วัดคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอแม่แจ่มอีกวัดหนึ่ง ซึ่งเสน่ห์ของเมืองแม่แจ่ม คือความเรียบง่ายเราก็อยู่กันอย่างสงบ ใกล้ใกล้วัด มีร้านก๋วยเตี๋ยว-ร้านอาหารตามสั่งอยู่ เราจึงกินก๋วยเตี๋ยว สั่งกันได้ตามอัธยาศัย


จากวัดบ้านทัพก็กลับไปทางเดิมข้ามลำน้ำแม่แจ่มแล้ว ก็ไปยังวัดยางหลวง วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่โบราณ มีสิ่งที่น่าสนใจก็คือภาพวาดของพระพุทธเจ้าอยู่ที่ผนังด้านนอกของพระวิหาร

พอไปถึงวัดยางหลวง วันนี้มีการจัดงานถวาย จุลกฐิน เสียดายที่เรามาช้าไปจึงไม่ทันได้ร่วมพิธีถวายผ้ากฐินและข้าวมธุปายาส แต่ก็มาชมบรรยากาศของการจัดงานของวัดยางหลวงก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว




..การถวายจุลกฐินเป็นงานบุญที่บริสุทธิ์ เป็นการร่วมแรงร่วมใจจากชาวบ้าน มีการทอผ้าฝ้ายที่ได้จากการปลูกเมื่อตอนต้นฤดูฝน แล้วเก็บทอเป็นผืนผ้า ตัดเย็บเป็นจีวร แล้วก็ร่วมกันคนข้าวทิพย์ถวายพระสงฆ์และบูชาพระพุทธเจ้า ซึ่งจะทำเสร็จภายในวันเดียว



สเน่ห์ของเมืองแจ่มอีกประการหนึ่งก็คือการแต่งตัวของผู้เฒ่าผู้แก่ที่มาวัด การนุ่งผ้าซิ่น
ตีนจก ออกโทนสีเหลือง สวมเสื้อขาวห่มสไบ เป็นความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของคนเมืองแม่แจ่ม อย่างแท้จริง โดยเฉพาะชายผ้าซิ่นก็จะเป็น ผ้าตีนจก ของเมืองแม่แจ่ม เป็นผ้าทอที่ขึ้นชื่อในภาคเหนือเลยทีเดียว



จากวัดยางหลวงก็ถึงเวลาเดินทางกลับ
...ไม่เสียดายที่เลือกเดินทางผ่านมาเส้นทางนี้ เส้นทางวัฒนธรรม ..เยือนถิ่นมนุษย์โบราณ เที่ยวอุทยานฯออบหลวง-น้ำพุร้อนเทพพนม และ..หลงไปชมเมืองแจ่ม

เหมืองที่มีมนต์สเน่ห์ แห่งขุนเขา เมืองแม่แจ่ม

  

ท่านยังไม่ได้ online ...กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

  
8,355
6,423
8,999
7,330
25,581
7,165
7,022
6,179
7,160
297
  
ปรับปรุง : 19 พ.ย. 2558 21:40:28 อ่านแล้ว : 4169 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 399 บาท
ปรับปรุง : 9 ส.ค. 2556 13:29:09 อ่านแล้ว : 4023 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 299 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:22 อ่านแล้ว : 4167 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:38:51 อ่านแล้ว : 3878 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
ดูทั้งหมด